CSS3

CSS3 Transition Timing Functions

ราวบันได

วันนี้ผมอยากจะมาบอกเล่า แลกเปลี่ยนอะไรสั้นๆ ครับ ในเรื่องของ Timing Functions ของ CSS3 นั่นก็คือ Function ที่เอาไว้คอยกำหนดรูปแบบการ “เปลี่ยนผ่าน” จากจุดหนึ่งไปยังจุดหนึ่ง นั่นเอง ซึ่งมีทั้งหมด 9 แบบ ที่ผมนำเรื่องนี้กลับมาพูดอีกครั้งเพราะว่าได้ใช้เรื่อง Transitions ของ CSS3 อย่างจริงจังแล้วในตอนนี้ เพราะหลายบริษัทเน้นทำ Web เพื่อ iPad หรือ ดรอยด์ Tablet รุ่นใหม่ๆ ในเมื่อบราวเซอร์สามารถรองรับ CSS3 ได้ก็ใช้ให้เกิดประโยชน์ซะเลย ไม่จำเป็นต้องไปพึ่งพา jQuery ให้หนักเกินไป

เริ่มจริงจังกับการเรียนรู้พื้นฐาน CSS กันเถิด

หลังจากที่ผมเขียนเรื่อง “แนวทางการเรียนรู้ CSS3 และ HTML5 ให้เกิดประโยชน์สูงสุด” เอาไว้เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา (2010) ถึงตอนนี้ผมยังคิดว่าแม้กระทั่งผู้เขียนอย่างผมเองยังต้องตั้งคำถามกับตัวเอง ว่าเรานั้นไปตามเส้นทางแบบนั้นอย่างจริงจังหรือไม่

บทความที่ว่าก่อนหน้านั่นอาจจะดูคร่าวๆ ไปหน่อยสำหรับผู้ที่เริ่มจากพื้นฐานจริงๆ

วันนี้ผมมีเรื่องราวที่แยกย่อยลงไปเพื่อนำมาบอกเล่าแลกเปลี่ยนกันเพิ่มเติมครับ ซึ่งเรื่องราวนี้จะมุ่งเน้นไปยัง “หลักการการเรียนรู้ แยกแยะ จดจำ วีธีการทำงานของ CSS3 หรือ CSS4”

ตามที่เรารู้กันเป็นอย่างดี ในความแตกต่างของ CSS2 กับ CSS3 แต่เอ๊ะ ใครยังไม่รู้ความแตกต่างบางข้อที่ทำให้ภาษานี้แตกต่างกันอย่างมากขอรับ ยกมือหน่อย “ผมรู้ว่าคุณยกมือในใจ”

CSS Calculations การใช้ Functional Notations – CSS calc()

ป้ายโรงม้า

CSS3 มี Values and Units Module แยกย่อยออกมาเพื่อกำหนด “หน่วย” ของค่าต่างๆ มากมาย “หน่วย” ในที่นี้ก็เช่น px, em, %, cm, gr, fr, deg, rem, vh และอื่นๆ อีกมากมาย โดยที่ความเก๋าและเฉพาะทางของ CSS3 ที่ Module นี้แถมมาด้วยก็คือ การนำเอา “หน่วย” ที่ต่างๆ กันนั้นมา “ทำการคำนวณ” (calc();) เพื่อหาค่าที่ลงตัวใหม่ได้

พูดง่ายๆ ก็เช่น สมมุติว่าเรามีกล่องในอุปกรณ์เครื่องเขียน ซึ่งมีความยาว 100% ของที่มีอยู่ข้างในเราต้องการกำหนดความยาวให้เป็นดังนี้ ดินสอยาว 3cm ยางลบยาว 40px ปากกายาว 100% – 3cm – 40px จากโค้ดตัวอย่าง อันบ้าบิ่นและไม่สมเหตุสมผลนี้ ความยาวของปากกา ก็จะมีค่าเท่ากับ 100% – 3cm – 40px = ? ก็ช่างมัน

ทำแผนที่แบบง่ายๆ ด้วย CSS3 Transitions

ดวงอาทิตย์ตกดิน ข้างซ้ายมีตึก Cyber World กำลังก่อสร้าง

วันนี้ผมเปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมา แล้วตามด้วยบราวเซอร์อย่าง Firefox หลังจากนั้น  Firefox ได้ทำการแจ้งเตือนอัพเดทเป็นเวอร์ชั่น 7 (Beta) ผมเลยนึกขึ้นได้ว่า ผมมีตัวอย่างการทดลองเขียน CSS3 สไตล์ง่อยๆ อยู่อันหนึ่งซึ่งเขียนไว้เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2553

ก็ย้อนจากวันนี้ไปประมาณ 9 เดือน ซึ่งตอนนั้นผมเขียน และทดลองเล่นดู ปรากฎว่า มีบราวเซอร์รองรับแค่ 2 ตัว คือ Chrome และ Safari ซึ่งเป็น Webkit ทั้งคู่ จึงพับเก็บเอาไว้ก่อนไม่ได้เขียนอธิบายลงเว็บ

การใช้ font-face ในหน้าเว็บ

สวัสดีครับ พ่อยก แม่ยกทั้งหลาย วันนี้มาแบบ สั้นๆ ง่ายๆ ห้วน ๆ ด้วนๆ เพราะสันดานมันฟ้อง “อะไรก็ได้ ง่ายๆ”

เราจะมา เอา “ตัวหนังสือ” เข้าไปใส่ในหน้าเว็บกัน

IE7 และ IE8 ก็ใช้ได้ด้วย แต่จริงๆ แล้วบราวเซอร์ทั้งสองตัวนี้ รองรับการ @font-face {} มานานแล้วนะครับ ที่ไม่ค่อยใช้กันเพราะว่า มันไม่รับ font แบบ .TTF (TrueType) แม่เจ้ารู้จักแต่ .EOT (OpenType) นี่มาตรฐาน M$ เค้าหละ

วิธีการใช้งานก็ปกติ ธรรมดา แค่เราต้องเอา Font ที่เป็น .ttf ที่มี ไปแปลงเป็น .eot เสียก่อน

CSS3 basic box model ตอนที่ 1

รูปแบบของอะไรก็ตามที่เกิดขึ้นแบบ “กล่อง” คงเป็นการง่ายสำหรับการอธิบายคำว่า Box Model จากการที่ 2 ภาษา เกิดมาแยกกัน HTML มีค่าพื้นฐานมาก่อน แต่ CSS สามารถเข้าไปแก้ไขปรับแต่ง HTML ได้ในภายหลัง

Element ของ HTML ที่มีค่าพื้นฐานนี้ก็เหมือนกันเกือบ หรือ ทุกๆ Elements ของ HTML สามารถสั่งงานด้วย Box model module ได้ อยู่ที่ว่าเราจะสั่งงานให้มันเป็นอะไรและมีความหมายในเชิง “Semantics” และการสื่อสารของข้อมูลในโลก WWW ยังไง ในเมื่อทุกอย่างต้องผ่านการตีความ เช่น

  • อยากจะสั่ง <span> ให้แสดงผลเป็น Block ก็ย่อมทำได้ แต่ต้องดูว่าในโครงสร้าง HTML นั้นมันเหมาะสมหรือไม่
  • อยากจะให้ <section> ให้แสดงเป็น inline ก็ย่อมทำได้ แต่ต้องดูว่า ทำไปเพื่ออะไร

ประเภทการแสดงผลของ กล่อง

CSS3 ทุกอย่างถือเป็น Box แต่การแสดงผลต่างกัน (CSS2 inline element ถือเป็น text level อันเดียวกันแต่อย่าสับสน)

ตัวอย่าง Box model

อยากให้ กล่อง เป็นแบบไหน ให้สั่ง Display เอา และ display เป็น Property แรกที่จะขอพูดถึง แต่คงจะไม่ได้อธิบาย “ค่า” ที่เกิดขึ้นทั้งหมดในตอนนี้ โดยเฉพาะในหมวดหมู่การสั้งงานที่แสดงผลในกลุ่ม table และ ruby ผมขอพูดถึงเรื่องของ inline | block | inline-block | run-in และ none ก่อนนะครับ

Back to Top

Social media & sharing icons powered by UltimatelySocial