หนังสือเดินทาง

ผมไม่กระดากปากที่จะบอกว่า ผมเป็นคนชอบอ่านหนังสือ อิอิ (เพราะผมไม่ได้บอกว่าผมอ่านหนังสือมาเยอะนี่หว่า กลัวทำไม ชอบอ่าน แต่อ่านได้เท่าที่อ่าน)

โดยเฉพาะเรื่องราวเกี่ยวกับ ฟิสิกส์และคณิตศาสตร์ ลากไปเรื่อง ดาราศาสตร์ด้วย (อยากแต่หาอ่านได้น้อยมาก)

รู้สึกแปลกๆ ที่ ดาวพลูโต อยู่ดีๆ ก็โดนอัปเปหิออกจากบ้านทรายทอง ในข้อหาคุณสมบัติผู้ดีมีไม่ครบ ความรู้ สปช. ที่ร่ำเรียนมาสมัยประถม ต้องถอดออกจากระบบไป 1 อย่าง

ถึงแม้ว่าช่วงหลังมานี้ เวลาที่ผมให้กับการอ่านหนังสือมันน้อยลง ไม่ใช่เพราะไม่มีเวลาอ่าน แต่ว่า ผมขี้เกียจมากกว่า ผมถือเป็นคนขี้เกียจสุดๆ คนนึงของครอบครัวเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการอดทน ดำนา ได้ไม่เต็มวัน ตอนเกี่ยวข้าวก็ทำกำเล็กกว่าคนอื่น เพื่อที่จะนับจำนวนมัดแล้วมันดูเยอะ หรือแอบหนีพ่อไปเตะบอล ตอนที่ต้องไปตัดอ้อย ทั้งๆ ที่ทำกันแค่เพื่อบริโภคกันในครอบครัวแค่นั้น

สงสัยด้วยเหตุเรื่องความขี้เกียจนี่เอง พ่อผมเลยไม่สอนให้ผมจับคันไถเดินตามควายไถนา ผมเลยกลายเป็นเด็กผู้ชายคนเดียว ที่ไถนาเดินตามควายไม่เป็น เมื่อเทียบกับเหล่าญาติพี่น้องผู้ชายทั้งหลาย สร้างความอับอายให้กับครอบครัวเล็กน้อย เมื่อลุง ป้า น้าอา ทั้งหลาย ถามพ่อผมว่า ทำไมลูกชายคนสุดท้อง ไถนาไม่เป็น ตอนนี้เลยรู้สึกผิด

แต่แม้ช่วงหลังที่ผมไม่ค่อยได้อ่านหนังสือ ผมยังเข้าโรงหนังประจำ การดูหนังในโรงอาจจะเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ผมยังทำต่อเนื่องโดยไม่ขาดตก บกพร่อง ถ้าเทียบกับหลายๆ อย่าง BABEL คือเรื่องล่าสุดที่ผมดู คือ เมื่อคืนนี้เอง

เมื่อคิดอะไรไม่ออก ผมก็ไปโรงหนัง ถ้าเกิดทั้งโรงเป็นหนังที่ผมดูหมดทุกเรื่องแล้ว หรือที่เหลือเป็นหนังผี ผมก็จะเบนเข็มไปร้านหนังสือแทน แล้วก็เดินไป เดินมาในร้านหนังสือได้เป็นวันๆ

แน่นอน มันต้องมีหนังสืออะไรสักอย่าง ติดออกมาด้วย ตอนเดินกลับห้อง หรือได้นิตยสารที่ผมอ่านประจำ แต่ไม่ได้เป็นสมาชิก

ด้วยความที่ คิดอะไรไม่ออก แล้วก็ไปโรงหนัง พอไปโรงหนังแล้วก็ ไม่เหลือหนังให้ดู เพราะเจือกดูหมดแล้ว ที่เหลือมีแต่หนังผี ดูไม่เป็น ก็เบนเข็มไปร้านหนังสือ

พอเกิดอาการคิดไม่ออกบ่อยๆ มันก็ไปโรงหนังบ่อยๆ แต่มันดูหนังเรื่องเดียวบ่อยๆ ไม่ได้ ก็เลยได้หนังสือ นิตสารติดมือกลับมาบ่อยๆ

วนเวียนเป็นวัฏจักร

หนังสือเริ่มเยอะ แต่ ดันเป็น ผม ที่ได้อ่านคนเดียว

ผมไม่ใช่พวกรักหนังสือเหมือนลูก ใครยืมไม่ได้ หรือยืมไปแล้วไม่คืนต้องตามจิกเอาคืน แต่ผมจะเป็นประเภท อยากอ่านเชิญครับ เอาไปเลย ผมซื้อมา อ่านจบแล้ว ถ้าเอาตั้งไว้ในหิ้ง ก็อยู่อย่างนั้นซะเปล่า ความรู้ในหนังสือไม่ได้รับการหมุนเวียน รู้อยู่คนเดียว ไม่ดี

อ่านจบแล้ว ก็เลยอยากเอาไปให้คนอื่นอ่านด้วย บ้าง ถ้าเขาต้องการอ่าน

ยืมไปแล้ว ไม่คืน ไม่เป็นไร แต่อยากให้ช่วยส่งต่อคนอื่น ได้อ่านด้วย ก็ดี

จึงเป็นที่มาของ “หนังสือเดินทาง” หรือ เป็นการเดินทางของหนังสือนั่นเอง

ซึ่งผมขอเสนอกติกาง่ายๆ ที่คนที่จะเข้าร่วมเดินทางไปกับหนังสือ ดังนี้

1. ตอนนี้ผมเป็นคนเริ่มปล่อยหนังสือ ออกไปคราวละ 1 เล่ม โดยที่ผมจะเขียนหรือแปะ โลโก้ ไทยซีเอสเอส ไว้ข้างหลัง

2. คนที่เอาไปคนแรก ต้องอ่านให้จบภายในเวลาที่กำหนด ซึ่งขึ้นอยู่กับลักษณะของหนังสือ

3. เมื่ออ่านจบแล้ว ให้เขียนชื่อหรือ นามปากกา หรือประทับตราอะไรก้อได้ ที่บ่งบอกว่า คุณได้อ่าน หรือผ่านตาคุณไปแล้ว และส่งต่อให้คนที่จองคิวคนต่อไป

4. การส่งหนังสือ แล้วแต่คนส่งต่อและคนรับ ว่าจะตกลงส่งต่อกันยังไง ไปรษณีย์ หรือรับเอง ฝากกันไป แต่พยายามอย่าให้หาย

5. จนสุดท้าย ไม่มีคนต่อคิว คนสุดท้าย ต้องส่งหนังสือกลับมาที่ผม เพื่อที่จะเก็บไว้ก่อน ก่อนที่จะเกิดการเดินทางครั้งต่อๆ ไป

6. อย่ากลัว ว่ามันจะขาด หรือสูญหาย แต่เพียงเข้าใจ และถนุถนอมให้ได้เท่าที่สามารถทำได้ ก็พอ

7. ผมจะเปิดซับเว็บใหม่ เพื่อจะทำ เซ็คชั่นการเดินทางของหนังสือขึ้นมา และเป็นการติดตามสถานะของหนังสือเล่มนั้นๆด้วย

8. การลงชื่อจองคิวหนังสือ สามารถโพสต์ จองได้ตรงนี้เลยครับ

และหนังสือเล่มแรกที่ผมจะปล่อยออกไป คือ

CSS Mastery: Advanced Web Standards Solutions
เขียนโดย : Andy Budd และผองเพื่อน
ว่าด้วยเรื่อง : เว็บสแตนดาร์ด ล้วนๆ และเป็นภาษาอังกฤษ เพียวๆ
ระยะเวลาปล่อยของ : 20-25 วัน

ใครจะเอา ยกมือขึ้น :|

Back to Top

เนื้อหาที่คล้ายคลึงกัน อย่างมีนัยสำคัญ

Leave a Reply

Your email address will not be published.

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Back to Top