สมชาย ตลอดไป

สมชาย ตลอดไป

-1-

“ลูกค้าบอกว่า div เยอะไป”
“นายทำยังไงก็ได้ อย่าให้หน้านี้มี div เกิน 5 ตัวได้ไหม”
“ฉันดู code แล้ว อย่างนายเขียนให้มี div แค่ 3 ตัวยังได้เลย นายก็รู้ ว่าจริงๆ แล้ว div เอาไว้ทำอะไรบ้าง ที่จริงมันก็ไม่ใช่เรื่องไหญ่หรอกนะ แต่ฉันอยากให้แก้ มีปัญหาไหม”

“ครับ ได้ครับ”
“แล้วเรื่อง Doctype ลูกค้าว่ายังไงมั่งครับ เขายังยืนยันว่าจะเอา 1.1 อยู่หรือเปล่าครับ”

“เขาก็อยากได้นะ แต่ฉันต่อรองเขาไปแล้ว ว่าของแค่ 1.0 strict ได้ไหม เพราะมันก็ไม่ได้แตกต่างกันมากมาย แค่เพียงตัวเลข และฉันคิดว่าบริษัทของเราคงไม่มีสติปัญญาพอที่จะทำให้ผ่าน 1.1 ได้หรอก”
“อีกอย่าง ฉันก็ไม่อยากให้เธอต้องเสียเวลามานั่งทำเว็บ ให้ผ่านมาตรฐาน xhtml 1.1 ห่าเหวอะไรนั่นมากมาย ยังมีงานอื่นๆ รออีกเยอะ”
“อ้อ อย่าลืมหละ ถ้าเสร็จก่อนเที่ยงได้ก็ดี จะได้ส่งให้ลูกค้าดูตอนบ่ายนี้”

บรรยากาศในวันนี้ดูท่าไม่ค่อยจะโสภาเท่าไหร่สำหรับสมชาย ที่ต้องโดนสั่งให้แก้งานตั้งแต่เช้า จริงๆ มันก็ไม่เชิงเช้าไปซะทีเดียว แต่มันอาจจะเป็นช่วงเวลาเช้าของ “นังป้ามหาภัย” นั่นต่างหาก ที่คอยเดินเฉิดฉายแบกขี้เลื่อยมาสั่งงานลูกน้อง

“เฮ้ย กล้วย มึงคิดว่ากูจะทนอีป้ามหาภัย นมใหญ่ ดากบานนี่ได้นานแค่ไหนวะ”
“มันชักจะมากไปแล้วนะเนี่ย กูคิดว่า อกสองศอกเก้าสิบเก้ามิลกูแตกตายก่อนอกอีแป้นแน่ๆ เลย ถ้าขืนเจอมันสั่งแก้งานอย่างนี้อีก”

“โหย พี่ ง่ายๆ เลย ถ้าพี่ไม่อยากแก้งาน พี่ก็แก้ผ้า ดิ ง่ายกว่าแก้งานเยอะ ดีไม่ดี น้องแตงโม เห็นหุ่นพี่แล้วอดใจไม่ไหว พี่อาจจะได้สองเด้งเลยน่า”

“มากไปแล้วแก ถ้ากูแก้ผ้าแล้วงานมันเสร็จนะ กูแก้ไปนานแล้ว”

“เออหวะ ถ้าแก้ผ้าแล้วงานเสร็จ คนในบริษัทคงไม่มีใครนุ่งผ้ามาทำงานแน่ๆ เลย”
“เอางี้ไหมพี่”

“เอาไงวะ”

“พอดีเมื่อวานผมไปเจอ Java ตัวนึง มันน่าสนใจดี เดี๋ยวผมจะเอามาลองดัดแปลงให้มันเป็นโค้ดแก้ผ้า แล้วแก้งานเสร็จไปด้วย ผมคิดว่ามันน่าจะทำได้ เหมือนตอนที่ผมลองเล่นโค้ดอยู่ตัวนึง พอดีข้างบ้าน หมามันดุ ก็เลยเขียน java script ใส่เข้าไปในปากมัน หลังจากนั้น มันแลบลิ้นกระดิกหางตลอดเวลาเลยพี่”

“เฮ้ย หมาหรืองูหางกระดิ่งวะ”

“จริงๆ พี่ ผมว่าจะเอา display: inline; จากพี่ไปคลุกข้าวให้มันกินอีกนิดหน่อย คิดว่ามันน่าจะกลับมาเห่าบ้าง เอาไว้เห่าโจรสงสารเจ้าของหมา เดี๋ยวเย็นนี้พี่เขียนโค้ดแล้วส่งเข้าในปอดผมด้วยนะ ขี้เกียจถือ”

“กูว่านะ สั่งมันกลับมา display: block; แล้วทำประมาณ Block Model ดีกว่า หมาตัวนั้นจะได้กลับมาเห่า Bog ๆๆ ฟังดูน่ารักไง ยังไงเขียนเสร็จแล้วเดี๋ยวส่งเข้าปอดให้”

“เออ พี่ เดี๋ยวผมลอง เขียนโค้ดแก้ผ้าแล้วแก้งานดูก่อน เผื่อเวิร์ค เราจะได้เห็นน้องแตงโมแก้ผ้ามาทำงานกันไง”

“เฮ้อ กูหละงงกับชีวิตมึงจริงๆ ตั้งแต่มึงไปซื้อโปรเจ็คเตอร์เอามาไว้ดูหนังโป๊ที่ห้อง แล้วมึงเป็นไปได้ขนาดนี้เลยหรือวะ”

บทสนทนากวนประสาทประจำวันของสองคู่หูต่างวัย จบลงพร้อมกับต่างคนต่างแยกย้ายไปทำงานของตัวเอง
สมชายยังต้องกลับมาตามแก้งานที่ทำค้างไว้เมื่อวานอีกรอบนึง ส่วนไอ้กล้วยจอมกวน ก็กลับไปหมกมุ่นอยู่กับโค้ดพิศดารต่อไป

-2-

ความเมื่อยล้าจากการงานทำให้สมชาย ต้องกลับมานอนหมดแรงในห้องเช่า เก่าๆ นี่ทุกเย็น ไม่มีแม้เวลาจะคิดออกไปหาเรื่องราวคลายเครียด หรือดูหนังสักเรื่องเพื่อล้างสมองที่เหนื่อยล้ากับการสู้รบกับภาระงาน และเพื่อนร่วมงานมาตลอดทั้งวัน

วันแล้ว วันเล่า เดือนแล้วเดือนเล่า สมชาย ได้แต่ภาวะนาให้เรื่องราวทั้งหมดที่ตัวเองได้ริเริ่มก่อขึ้น อย่างตั้งใจ ประคับประคองเรื่องราวทั้งหลายให้มันผ่านไปได้ด้วยดี เขาไม่เคยคิดเลยว่า สิ่งที่เขาอยากจะทำมันจะยากเย็นแสนเข็ญขนาดนี้

ความอยากรู้อยากเห็นตัวเดียวแท้ๆ ที่ดึงเขาเข้ามาสู่โลกอินเทอร์เน็ต จากผู้ใช้ กลายเป็นผู้อยากทำ อยากรู้ว่าเขาทำเว็บกันอย่างไร สุดท้ายรู้ตัวอีกทีก็ได้มายืนเป็นหัวหน้าทีมของบริษัทผู้ให้บริการจัดทำเว็บ เสียแล้ว

เทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนไป เป็นเหตุผลให้สมชาย ต้องวิ่งตามเพื่อความอยู่รอดของตัวเองและชิงความได้เปรียบให้กับบริษัท ต่างประเทศพัฒนาไปถึงไหนแล้วในเรื่อง web 2.0 ซึ่ง สมชายรู้ในข้อนี้ดี พยายามจะนำเรื่องราวเสนอหัวหน้า เพื่อที่จะปรับตัวเองและโครงสร้างบริษัทเพื่อที่จะให้วิ่งทันต่างประเทศและ ช่วงชิงความได้เปรียบในเรื่องธุรกิจให้เหนือคู่แข่ง

ด้วยความที่เรื่องราวที่เขาสนใจ และมุมานะทำอย่างเอาเป็นเอาตายตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา มันยังเป็นเรื่องที่ใหม่เกินไปสำหรับคนทั่วไปในเมืองไทย ความสำคัญของเรื่องราวที่สมชายได้อธิบายให้หัวหน้าฟัง จึงมีความสำคัญแค่เพียง มุมเล็กๆ ของธุรกิจเท่านั้นในชั่วโมงนี้

พัดลมเพดานยังคงหมุนเอื่อยๆ แสงไฟสลัวด้านนอกส่องลอดเข้ามาตามช่องระบายอากาศ

ทำให้กำแพงในห้องที่ถูกแสงไฟส่องกระทบสลับกับใบพัดของพัดลมที่เคลื่อนไหว ทำให้เกิดจังหวะ ขาดๆ หายๆ ของแสงไฟ สมชายมองดูแล้วก็เพลินดี ด้วยราคาห้องเช่าที่ไม่ถือว่าแพง ทำให้สมชายไม่คิดจะย้ายออกไปไหน แม้ว่ายิ่งนานนับวันข้าวของเครื่องใช้รวมทั้งหนังสือจะกองพะเนินเทินทึก จนเกือบจะไม่มีที่เดินอยู่แล้ว แต่จะให้ทำอย่างไรหละ กับช่วงเวลาชีวิตการทำงานที่แสนจะยุ่งยากนาดนี้ แค่เพียงคิดจะพักผ่อนยังหาเวลายาก อย่าคิดเลยว่าจะได้มีเวลาไปทำอย่างอื่นเหมือนเพื่อนพ้องคนอื่นๆ

ในยามนี้ เสียงเพลงเท่านั้นที่จะช่วยให้สมชายรู้สึกผ่อคลายจาก การใช้ชีวิตที่หนักอึ้งมาตลอดทั้งวันได้ พลันเสียงเพลง “คนไกลบ้าน” ของพรศักดิ์ ส่องแสง แว่วดั่งขึ้น บรรยากาศเก่าๆ ครั้งยังเป็นเด็กกลับเข้ามาวิ่งพลกพล่านในสมองแทนเรื่องงานที่ฟุ้งซ่านมา ทั้งวัน ความคิดถึงบ้านและอยากหลีกหนีเมืองหลวงไปให้ไกล กลับมาสะกิดเตือนใจอีกครั้ง

น้ำใสๆ ไหลรินออกมาโดยไม่รู้ตัว เมื่อได้สติ ก่อนที่จะจมอยู่กับความนึกคิดของตัวเองมากไปกว่านี้ สมชายจึงเปลี่ยนไปฟัง Iron Maiden อัลบั้มล่าสุดแทน เพียงแค่หวังว่า ความหนักหน่วงของดนตรี จะทำให้หายฟุ้งซ่านได้บ้าง

Back to Top

เนื้อหาที่คล้ายคลึงกัน อย่างมีนัยสำคัญ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Connect with Facebook

Back to Top