ซักผ้า กับเวลาของสมาธิ และฟองเบียร์

จำได้ไหมครับ ครั้งสุดท้ายที่คุณซักผ้าด้วยมือ คือเมื่อไหร่ ผมเพิ่งซักผ้า ด้วยเครื่องหยอดเหรียญเป็น เมื่อไม่นานมานี้นนี่เอง สมัยก่อนเด็กบ้านนอก ที่ต้องปั่นจักยานไปโรงเรียน วันละหลายสิบกิโล ขนาดนั้น ครอบครัวคงไม่มีเครื่องซักผ้าเครื่องใหญ่ ไว้คอยสนองความง่ายแห่งชีวิต

จึงต้องซักผ้าเองตั้งแต่เรียนอยู่ชั้น ป. 4 กางเกงนักเรียนไม่ต้องซักบ่อย ปล่อยให้มันกลายเป็นสีกากีเข้มๆ ก่อน ส่วนเสื้อนักเรียนสองตัวนั้นต้องซักทุกวันวันละตัว สะอาดบ้าง ไม่สะอาดบ้างตามประสา เสร็จแล้วก็ห้อยตากหมอกไว้ข้างๆ ต้นส้มโอ พรุ่งนี้เย็นๆ เลิกเรียนค่อยมาเก็บ

ผมยังต้องซักผ้าด้วยมือ จนกระทั่งเมื่อประมาณต้นปี 2549 ผมย้ายห้องพักใหม่ ที่ชั้น 1 เขามีเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญบริการด้วย แอบดีใจลึกๆ เกิดมาชาตินี้ กุได้ใช้เครื่องซักผ้าแบบในทีวีแล้วเว้ยยย

แน่นอนเราผ่านบททดสอบมหาหินของความอัตโนมัติเจ้าเครื่องซักผ้าไปได้ บางทีหยอดเหรียญสิบเข้าไป แล้วมันก็คายออกมาประหนึ่งว่าเหรียญที่เราหยอดเป็นของปลอม ต้องเดินส่ายหำหาเหรียญใหม่มาหยอดแทน

แต่ครั้งล่าสุดที่ผมซักผ้า ผมไม่ได้ใช้เหรียญสิบเหมือนเดิมแล้ว

แค่เพียงผมอยากทำสมาธิให้จิตใจสงบ จึงหันหน้าเข้าหากะละมัง

คล้ายๆ กับเวลาที่คนบางคนต้องการทำจิตใจให้สงบต้องเข้าวัดฟังทำ นั่งสมาธิ เดินจงกรมใต้ร่มไม้นั่นแล แต่ผมสมมุติเหมารวมเอาเรื่องเหล่านั้นผสมลงไปในกะละมัง

การทำสมาธิ มีได้ไม่จำกัดรูปแบบไม่ใช่หรือ

ไม่จำเป็นต้องนั่งแล้วกำหนดลมหายใจเข้าออกพุทโธ พุทโธ

แค่เรามีสมาธิกะการนั่งขยี้ผ้าแล้วภวนาโอวเย่ โอวเย่ ก็เพียงพอที่จะสามารถทำให้เรามีสมาธิ โดยที่เราเอาความสุข สงบที่ได้รับหลังจากการทำสมาธิในแบบฉบับของเราเป็นที่ตั้งแค่นั้นเอง

ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมรู้สึกตื่นเช้าผิดปกติ ทั้งๆ ที่นอนประมาณ ตีสอง หรือตีสามทุกวัน ตีห้าก็ได้เวลาดีดตัวเองออกจากเตียงแล้วมานั่งปล่อยสมองลื่นไหลในความเงียบ ยามเช้า ลมเย็นอ่อนอ่อนๆ พัดเข้ามาหน้าต่าง ในห้องริมสุดชั้น 5 ของผม พลันสายตาเหลือบไปเห็นขวดเบียร์ขวดสีเขียวที่วางเรียงรายข้างจอคอม ทั้งขวดเปล่าบ้าง ยังไม่ได้เปิดบ้าง ไม่ต้องตกใจว่าผมจะมีเพื่อนมากินเบียร์ด้วยทุกวัน ผมซื้อเป็นปกติ วันละ 1-2 ขวด ถึงแม้ว่าจะมีอารมณ์ กิน ไม่กินก็ช่างเพราะกินอยู่คนเดียวกำหนดเวลาได้ แต่ส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยได้กิน เพราะอย่างมาก 1 ขวดหมด ก็ขี้เกียจกินต่อ มันก็ต้องเหลือ พรุ่งนี้ซื้อมาเพิ่ม มันก็เพิ่มกันไปเรื่อยๆ

จึงคิดแปลกๆ ตื่นเช้าๆ ลมพัดเย็นๆ นั่งจิบเบียร์อุ่นๆ ยามเช้าลองดู

แน่นอนครับพี่น้อง อารมณ์เริ่มบรรเจิด เห็นเสื้อผ้ากองอยู่ยังไม่ได้ซัก นึกคึกอยากจะซักผ้าด้วยมือขึ้นมา ลุยเลยสิครับ

ไม่รู้ว่าอันไหนฟองผงซักฟอก อันไหนฟองเบียร์ ผสมกันมั่ว กลัวอะไร ในเมื่อสมาธิเราแน่วแน่

ความสะอาดของผ้า ไฉนจะสู้ความสะอาดของใจ

แค่เพียงขอความเงียบสงบให้กับใจ ได้มีสมาธิบ้าง จะเป็นไร แม้ว่าวิธิการมันจะแปลกๆ ก็ตาม

อย่าคิดว่าผมทำอย่างนี้เฉพาะวันหยุด แน่นอน วันธรรมดาผมก็ตื่นมาดื่มเบียร์แต่เช้า ก่อนออกไปทำงานเหมือนกัน สมองจะได้ปรอดโปร่ง

ร่างกายมนุษย์ต้องการอาหารเช้าเพื่อเพิ่มพลังฉันใด พร อันทะ ก็ต้องใช้เบียร์ เพิ่มพลังฉันนั้น แต่การกินเบียร์ของผมกะคนอื่น เวลามันกลับหัวกลับหางกันแค่นั้นเอง

เบียร์ขวดที่สองของวันนี้เปิดออกแล้ว ผมขอตัวไปซักผ้าปูที่นอนที่แช่ไว้ก่อนครับ เดี๋ยวอารมณ์ศิลปินเข้าแทรก มันจะถูกแช่อยู่หลายวัน

มีความสุขกับการซักผ้าด้วยมือและดื่มเบียร์ยามเช้าบ้างก็ดี อย่างน้อยเราก็ได้รับรู้ถึงอารมณ์ที่แตกต่างของเวลา เช้า-เย็น

Back to Top

เนื้อหาที่คล้ายคลึงกัน อย่างมีนัยสำคัญ

Leave a Reply

Your email address will not be published.

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Back to Top