Accessibility Links

ในตัวเราเอง

ในตัวเราเอง

เรื่องราวในตัวเรา ฉบับย่นย่อ

  1. พัดผ่าน

    พร อันทะ 2008-08-22 03:49:36

    ไม่ถึง 24 ชั่วโมง ไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงที่ผมได้นั่งก้นร้อนๆ ในกรุงเทพ มันเป็นความไม่เต็มยี่สิบสี่ชั่วโมงที่มีกลิ่นคุ้นเคยเจือจานอยู่ แต่ไม่ดูดใจ ผมเพียงแวะมาเพื่อผ่านไป ไปยังจุดหมายเพียงเมื่อถึงจึงได้จากมาเฉกเช่นกัน จึงเป็นการเดินทางพัดผ่าน พัดผ่านและผันผ่าน เพียงแค่ทิ้งร่องรอยไว้เบื้องหลัง

    ไปไม่ถึง ไปไม่ถึงในความตั้งใจ ผมจำได้ว่าแม่ผมรออยู่ที่บ้าน แต่ผมไปไม่ถึง จึงได้แค่กล่าวเลื่อนลอยในอากาศ ฝากเสาสัญญาณนำถ้อยคำอ่อยอ้อน เยิ่นเย้อ ว่า จะกลับมาใหม่เมื่อเวลาอำนวย

    อย่างนั้น อย่างนี้หนอ ชีวิต ชีวิตที่ต่างเห็นฝั่งรำไร ก้าวไปให้มันถึง หลายคนหลายทาง หลายอย่างต่างกัน ในสังคม สังคัง อื้ออึง ยึดยื้อแย่งทึง รุมทึ้งระคนคัน

    เพียงเพื่อให้ได้หายใจ เพียงเพื่อให้ได้มีที่ยืนอยู่ บนเปลือกโลกในนามสมมุติ สถาปณาตน ว่าคนคือสิ่งประเสิรฐ แต่ไฉนเล่าจะเลอเลิศเหนือสิ่งมีชีวิตอื่นใดในโลกนี้ แค่เพียงเพราะวิวัฒนาการล้ำหน้ากระนั้นหรือ

    ยึดถือ ยึดมั่นปานใด ใจเหมือนจะขาดดิ้น แต่ตายไปก็สุดแท้รู้กันอยู่ว่าเอาไปไม่ได้ ทิ้งไว้บ้าง ความดีระหว่างทางข้าง ข้าง กาย อย่าให้มันหายไป อย่าให้หายไปกับเถ้าธุลี

    จังหวะ แลโอกาส บางทีก็ต้องรอ คว้าได้ก็ดี แต่อย่าฉวย มันดูไม่งาม

    ผมไม่ได้มา ผมไปไม่ถึง เพียงแค่พัดผ่าน พัดผ่านในห้วงคำนึง ว่าวันหนึ่งผมจะกลับมา

    อาจจะมีความสุขตามอัตภาพบ้าง จะเป็นไรไป อย่างน้อยชีวิตนี้ เราก็ไม่ได้ทุกข์ไปซะหมด

    Tags:

    1. กลับบ้าน
    2. ผ่าน
    3. ไม่ถึง

    Permalink

  2. ในวันที่ผมจากไป

    พร อันทะ 2008-07-06 10:13:39

    เปลี่ยนไปทุกอย่าง เปลี่ยนไปทุกทาง ผมหลุดออกจากโลกที่วุ่นวายขายปลาแดก ไปสู่ดงของคนที่นับหัวได้ เพราะมีกันแค่ไม่กี่สิบชีวิต ในอารมณ์ที่ถูกเรียกว่า “ชีวิตกองถ่าย” แน่นอนครับ กองถ่าย เขาถ่ายทำหนังกัน มันจึงแตกต่างจากชีวิตเมื่อไม่กี่เดือนก่อนที่ผมต้องวุ่นๆ วายๆ อยู่กับการเขียนเว็บ งานเขียนเว็บมันนั่งๆ นอนๆ อยู่คนเดียวก็ได้ แต่ในกองถ่ายมันไม่ใช่

    หยุด เป็นสิ่งที่ผมรู้สึก หยุดในที่นี้คือการตัดแบบหักดิบไปเลย ถ้าใครเป็นโรคเสพติดอินเทอร์เน็ตคงวุ่นวายทรมานใจน่าดู แต่ผมไม่ได้เป็นพวกบ้าแชท หรือต้องตามตอบกระทู้ทุกวันขนาดนั้น แต่สิ่งที่ผมรู้สึกโหยหาคือ ร้านหนังสือ ละเมียดทีละหน้า พลิกอ่านไปเรื่อยๆ นั่นต่างหาก

    ผมเพิ่งออกมาจากป่าเมื่อวานนี้ หลังจากที่เข้าไปล่อยุงป่าสามวันสองคืน แบบซักแห้งตามสไตล์ (แม้เขาจะมีน้ำให้ แต่ผมไม่ยอมอาบเอง) เป็นโลกแปลกๆ อีกแบบ หลังจากที่อยู่ในป่าคอนกรีตมาหลายปี

    ผมต้องขออภัย ที่ไม่ได้เข้ามาตอบคำถาม เขียนบทความบอกเล่าเรื่องราวการเขียนเว็บ อย่างที่เป็นเหมือนเคย

    แต่ในวันที่ผมจากไป ก็ยังมีคนอื่นๆ เพื่อนๆ เข้ามาพูดคุย อย่างน้อย รดิส ก็ยังเข้ามาดูแล ไทยซีเอสเอส แทนผมได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ขอบคุณเพื่อนไว้ ณ ที่นี้ด้วย

    และอีกหลายๆ คนที่คอยแวะเวียนเข้ามาไม่ขาดสาย

    Tags:

    1. จากลา
    2. ในป่า
    3. ธรรมชาติ

    Permalink

  3. ความโหดร้าย ในใจคน

    พร อันทะ 2008-06-26 11:05:58

    มันคือเส้นทางชีวิตที่ต้องเดินก้าวไป ชีวิตที่ดัชนีมวลรวมของความสุข มักจะน้อยกว่าความทุกข์เสมอ เราจะรับมือกับอารมณ์และความรู้สึกได้ดีมากน้อยแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับชีวิตและประสบการณ์ ชีวิตที่เปลี่ยนแปรแบบรายวัน

    • เช้ายิ้ม เย็นเศร้า ดึกร้องให้ รุ่งสาง ฆ่าตัวตาย ชีวิตไม่มีวันหวนกลับ
    • เช้ายิ้ม เย็นเศร้า ดึกร้องให้ รุ่งสาง ทางใครทางมัน เราจะกลับมาเมื่อดาวเต็มฟ้า
    • เช้ายิ้ม เย็นเศร้า ดึกร้องไห้ รุ่งสาง เข้าใจกัน มันคือความหวังและความฝัน
    • แต่ความเป็นจริง ข้อแรกคือปัจจุบันที่เรามักจะพบเจอ นอกเสียจากเราจะเข้าใจมันจริงๆ

    ความตายจักเรียงร้อยรุมเร้ารายทางแห่งชีวิตเสมอ เจ็บปวดจะไม่ผ่านพ้นถ้าเราจ่อมจมอยู่กับมัน เราได้ยิน ได้ฟังคนข้างกายพร่ำพูดยามเมื่ออีกคนพบเจอ แต่กับตัวเรามักติดกับ กับดักที่เราขุดเอาไว้ทั้งที่ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ

    Tags:

    1. โหดร้าย
    2. ใจคน
    3. เลว

    Permalink

  4. ตุ๊กตาไล่ฝน

    พร อันทะ 2008-05-31 19:21:03

    ปกติแล้วผมไม่สันทัดในเรื่องการอ่านนิยายสักเท่าไหร่ เพราะส่วนใหญ่หมกมุ่นอยู่กับหนังสือแนวประสบการณ์ชีวิต วิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ โดยเฉพาะฟิสิกส์และคณิตศาสตร์ (น้อยมากที่ผมจะอ่านหนังสือเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์) แต่ก็ใช่ว่าจะไม่หยิบจับนวนิยายมาพิจารณาเสียเลยทีเดียว นิยายเล่มที่ทำให้ผมติดงอมแงมสมัยเรียนมัธยมคือ “ผู้ใหญ่ลีกับนางมา” หนังสือปกสีดำเล่มนั้น มันสนุกเป็นบ้า แต่ถ้าอยากจะสนุกเกินบ้าต้อง “พันธุ์หมาบ้า” ของ ชาติ กอบจิตติ

    สิ่งที่ทำให้ผมไม่ค่อยอ่านนิยาย คงจะเห็นอารมณ์จินตนาการอันไม่มีที่สิ้นสุดของนิยายกระมัง ที่มันทำให้เกิดความรู้สึกจินตนาการเกินจริงเกินไป บางทีทำให้หลุดออกจากโลกแห่งความเป็นจริงไปเลยทีเดียว หรือบางเรื่องจงใจให้เราจินตนาการความกลัวไปมากมายเกินกว่าเหตุ จึงเป็นความรู้สึกกลัวแล้วกลายเป็นไม่นำเอาเรื่องนิยายมาเป็นประเด็นหลักในการเลือกซื้อหนังสือของผม แต่มันก็ไม่เสมอไป

    Tags:

    1. หนังสือ
    2. ตุ๊กตาไล่ฝน
    3. ศักดา สาแก้ว

    Permalink

  5. ตระหนักในใจหรือมันไม่มี

    พร อันทะ 2008-05-13 11:37:31

    นี่หรือคือสิ่งที่มีคนบอกเอาไว้ ว่ามันเป็นความสูญเสียของการตระหนักรู้ว่าตัวเองมีคุณค่า ความน่ากลัวของมันเป็นแบบนี้นี่เอง การสูญเสียในสิ่งที่สังคมมองไม่เห็นว่ามันคือการสูญเสีย กระทั่งสุดท้าย ตัวเราเองยังไม่รู้สึกว่าเรากำลังสูญเสีย สูญเสียคุณค่าแห่งตัวตน ไม่สนใจใยดีหรือแยแส ว่าสังคมจะเป็นอย่างไร

    พลันน้ำตาก็ไหลอาบสองแก้ม เมื่อผมนึกย้อนหลังกลับไป มองเห็นภาพแห่งวันวานที่สูญเสียไปอย่างเปล่าประโยชน์ ในการละเลยการปฏิบัติหน้าที่ของการเป็นสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคนของผม ผมช่างเพิกเฉยต่อการกระทำอันเป็นสภาวะปกติของสัตว์สังคม หรือมันไม่ใช่เรื่องปกติ หรือมันเป็นเพียงแค่การระบายสิ่งที่อยู่ในใจออกมาเสมอ มันยังเป็นปัญหาที่ผมสงสัยมานาน ในคำว่าทำเพื่อส่วนรวมหรือสนองความอยากแห่งตน จะพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำได้ตอนไหนว่าเราเป็นผู้ให้ หรือเป็นผู้เสียสละจริงๆ ซึ่งมันก็ยังมีคำว่า อยาก หรือเรานั่นแหละที่อยากทำเอง สนองตัณหาจนกว่าเราจะออกัสซั่มกับมันสักครั้ง ไม่มีใครขอร้อง หรือว่าลึกๆ แล้วเพียงแค่การทำให้จิตใจของตัวเราเองสบาย สงบ โดยไม่เบียดเบียนใคร นั่นคือการทำบุญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เหล่ามวลมนุษยชาติพึงมีแล้ว

    Tags:

    1. คุณค่า
    2. ไม่มีคุณค่า
    3. ไร้ประโยชน์

    Permalink

  6. ความเปลี่ยนแปลง

    พร อันทะ 2008-03-11 22:06:32

    ผมไม่ได้ดูทีวีนานแล้ว ไม่ได้ดูในที่นี้หมายถึงไม่ได้ดูจริงๆ จังๆ และไม่ได้เป็นรายกายการทีวี อาจจะนับชั่วโมงได้เลย ถ้านับเอาแบบผ่านๆ ผมหันหลังให้ทีวีไปตั้งแต่ต้นปี 2550 เสพข่าวสารบ้านเมืองจากสื่อทางอินเทอร์เน็ตแทน

    ผมยังรู้สึกว่าตัวหนังสือบนกระดาษ ที่ถูกกลั่นกลองออกมาจากคนทำงานสู่คนเสพงานจริงๆ แล้วเราสามารถจินตนาการต่อจากตัวหนังสือเหล่านั้นได้ ไม่ใช่เห็นภาพชัดเจนแล้วก็ล้มหายตายจากไป

    Tags:

    1. โทรศัพท์
    2. หนังสือ
    3. ทีวี

    Permalink

  7. ปากซอยบ้านเรา

    พร อันทะ 2008-04-28 00:32:09

    ผมยังนั่งอยู่ในซอกเพิงของร้านลาบปากซอยร้านประจำเหมือนเดิมอย่างเช่นทุกวัน เวลาเย็นอย่างนี้ ผมมักปลีกตัวออกจากห้องแคบ ๆ มืด ๆ อับ ๆ ของตัวเองมานั่งดูผู้คนเลิกงานกลับบ้านกัน ปากซอยวันนี้ วันนั้นหรือวันไหนก็ยังจอแจเหมือนเดิม ผู้คนขวักไขว่ ผมคงไม่สามารถสาธยายให้เห็นภาพได้ว่า ขนาดไหน เชิญจินตนาการตามสะดวก

    พี่แท๊กซี่จอดรับผู้โดยสารกลางสามแยกในซอย BMW คันหลังก็บีบแตรไล่ ป้าขายหมูปิ้งรถเข็ญก็จะเอารถเข้าซองริมฟุตบาท หน้าร้านลาบลูกค้าสามสี่คนต่างยืนกระวนกระวายรออาหารที่สั่งเอาไว้ มนุษย์เงินเดือนอีกหลายชีวิต ต่างเร่งรีบเดินเข้าซอยเพื่อให้ถึงที่พักของตัวเองให้เร็วที่สุด ลัดเลาะไปตามช่องว่างระหว่างรถที่ติดกันเป็นแพยาว จากปากซอย ถึงกลางซอย

    Tags:

    1. อีสาน
    2. ซอย
    3. ปากซอย

    Permalink

  8. Just trying to live

    พร อันทะ 2007-09-05 10:31:50

    เสียงเพลง Get Me Through ของ Ozzy Osbourne ดังขึ้น ทำให้ผมหวนย้อนถึงครั้งที่อัลบั้มเพลงชุดนี้ออกมาใหม่ๆ เมื่อครั้งยังวนเวียนอยู่ในรั้วมหาลัย I'm not a kind of person you think I am ...

    Tags:

    1. ชีวิต
    2. เหงา
    3. อารมณ์

    Permalink

Sidebar

Unknown Version Unknown

© Since 2006 ThaiCSS หมู่ที่ 2 บ้านหลุบหวาย ตำบลบ้านตาด อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี 41000 Contact : Contact ThaiCSS