โดย ธีร์ อันมัย เมื่อ 2007-08-18 13:09:26 ดูทั้งหมด 129 ครั้ง
ดีไม่สุดขั้ว ชั่วไม่สุดตีน บางทีก็อดสงสัยตัวเอง ไม่ได้เหมือนกันว่า ไอ้ตัวเราเนี่ยมันเป็นคน จำพวกไหนกัน เราจะนิยามความเป็นตัวเองว่า เป็นคนประเภทไหนดี ถามแล้วก็อ้ำอึ้ง ทึ่งในความไม่ชัดเจนของตัวเอง ดีมาก ดี ปานกลาง เลว เลวมาก
นึกทบทวนชีวิตที่ผ่านมาหลายกาลฝน ก็พบว่า หากต้องเลือกเอาสักอย่าง มันก็จะออก ปานกลาง คือ มันก็ดี ๆ ชั่ว ๆ ปะปนกันนั้นหละวะ เราจึงเป็นพวกที่ไม่สามารถเข้าสังกัด Hall of fame แห่งความดี หรือ ความเลวได้เต็มปากเต็มคำ
นั่นเป็นภาวะที่เราไปไม่สุดตัว เหมือนสำนวนครูสลา คุณวุฒิที่ว่า กลับบ่ได้ ไปบ่ฮอด จอดพอกะเทิน เป็นภาวะกลืนไม่เข้า คายไม่ออก กึ่งยิงกึ่งผ่าน
คงเพราะมันเป็น ชีวิต
ดี ๆ ชั่ว ๆ สับสนปนเปกันไป
ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า หากรู้ตัวก็คงไม่ต้องเสียใจกับมัน ยอมรับผลของมันได้ทุกอย่างก็น่าจะจบ แต่ก็มีอารมณ์แทงกั๊กมาขวางกั้นไว้ซะอย่างนั้นหละ จะดี จะชั่วจึงไม่เห็นดำเห็นดีกันซะที ทั้งที่รู้อยู่ว่า ดี ๆ ชั่ว ๆในตัวเรานั้นมันทำหน้าที่อยู่แล้ว
ผมเขียนเพลงนี้ปลายปี 2545 (โอว..มันครึ่งทศวรรษแล้วนี่หว่า!)
ตอนนั้นกำลังรวมพลคนสื่อสารทำหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติ แต่มันก็มีข้อติดขัดบางประการกับผู้มีอำนาจในมหาวิทยาลัย (นึกออกไหมครับว่า ตำแหน่ง อธิการบดีมหาวิทยาลัยน่ะ มีไว้สำหรับพวกนักวิชาการแก่ ๆ งี่เง่า ๆ บางคนเท่านั้นล่ะครับ) อึดอัดขัดข้อง อยากระบายเลยเขียนมันเป็นเพลง
ประโยคแรกที่แหวกม่านความเครียดมาก็คือ ถาโถมเข้ามาเถิด (กึ่งท้าทาย และเชื้อเชิญ แต่บางอารมณ์ก็เหมือนตัดพ้อต่อว่าชะตากรรมซ้ำซาก) อุปสรรคอย่าได้รั้งรอ.. จากนั้นก็ได้เพลง เรียกมันว่าชีวิต
--
--
--
ผมเขียนเพลงนี้ให้กำลังใจนักศึกษาที่ร่วมฟันฝ่าปัญหาด้วยกัน หลายคนไม่ได้ฟัง และยังหวังว่าพวกเขาจะได้ฟังมัน นอกจากนี้ยังเป็นเพลงปลอบใจพวกหัวใจพอกะเทินแบบผมเองด้วย
ป.ล. อาจจะเพราะเราหลงลืมคติธรรมประจำใจสำหรับนักเผชิญชะตากรรมจึงทำให้หลายคนเผชิญภาวะอ้ำอึ้ง จึงขอเอาผญาบทนี้มาฝากนักใช้ชีวิตทุกคน
เทียวทางบ่สุดเส้น อย่าต่าวคืน (กลับคืน) ให้เขาซา (เสียงคำร่ำลือ) ตายให้ตายหน้าพู้น เขาจั่งย่องว่าหาญ... สั่นแหลว
มีความสุขกับการใช้ชีวิตครับ!
Tags:
Unknown Version Unknown