โดย Radiz เมื่อ 2008-06-21 22:35:56 ดูทั้งหมด 591 ครั้ง
เด็กชายคนหนึ่งอายุประมาณ 15 ขวบ กำลังถือ Macbook Pro เดินวนอยู่ใน True Cafe Siam Paragon พร้อมเพื่อนเดินตามหลังอีก 4 - 5 คน เป็นขบวน ผมมองด้วยความสงสัย ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า 3 รอบได้ ทีแรกนึกว่าหาที่นั่ง แต่ว่าที่นั่งมันก็ว่างเยอะนี่นาอะไรของเขาหว่า หรือ เขากำลังตรวจสอบ node ของ WI-FI ว่าบริเวณไหนแรง ละสายตาจากเด็กกลุ่มนั้น ก็มีเด็กผู้หญิงอีกสองท่าน อายุราว ๆ 14 ขวบ เดินเข้ามาทางโต๊ะที่ผมนั่ง พร้อมคุยกันด้วยท่าทาง แปลก ๆ แต่คิดว่าน่าจะ copy ท่าทางของอิสตรีชาวเกาหลี ที่เห็นใน มิวสิควิดีโอ หรือ ละครรักที่เรามักจะเห็นทุกครั้งเวลาเปิดโทรทัศน์ ไม่ว่าจะการแต่งหน้า ผม และ การแต่งตัว ในมือมีกระเป๋าโน๊ตบุคกันคนละใบ ก็น่าจะแพงอยู่ แล้วก็มาเลือกนั่งตรงโต๊ะข้าง ๆ ผมพอดีทีแรกติดว่าขยันดีจังคงมานั่งทำรายงานกัน ที่ไหนได้ผิดคาด เปิดเครื่องต่อเนทได้ปุ๊บ เปิดเวปขายเสื้อผ้า แล้วนั่งเมาท์กันคนละจอเลย โอ้วววว ... เดี๋ยวนี้เขาพัฒนาแล้ว
สัก 5 นาทีผ่านไป ผมลุกไปซื้อชาเขียวทาน เพราะคอแห้งแล้วที่คุยกับลูกค้า ... นั่นแน่ กำลังคิดแบบนี้ใช่ไหม? นี่ขนาดมึงมาหาลูกค้ายังมีเวลาสังเกตพฤติกรรมมนุษย์อีกนะ เอาน่ะนิดนึงเพราะวันนี้มันทำให้ผมสงสัย ว่าทำไมที่นี่มันคลาคลั่งไปด้วยเด็ก ๆ ม.ต้น และ ม.ปลายเต็มไปหมด ระหว่างทางที่เดินไปซื้อชาเขียวนั้นก็ได้เห็นน้องที่ถือ Macbook Pro เมื่อกี้กำลังนั่งเปิด Clip ของ Leah Dizon ดูกับเพื่อน ๆ อยู่ อืมนะ ... พอกลับมาที่นั่ง ก็มีวัยรุ่นอีกกลุ่มมานั่งข้าง ๆ พร้อมทั้งโวยวายเสียงไม่ได้ศัพท์ จนพวกผมต้องหยุดคุยเรื่องงานหันไปมองพวกเขา มากันประมาณ 8 คน ดู ๆ แล้วน่าจะประมาณ 16 - 17 ขวบ ผู้ชายก็โวยวายถามผู้หญิงคนหนึ่งที่นั่งอยู่นั้นว่า ตกลงเธอจะเลือกครบใครว่ามา
เธอคนนั้นก้มหน้าก้มตาเงียบสักพักระหว่างนั้น ผู้ชาย และ เพื่อน ๆ ของเขาก็รุมกระหน่ำคำถามต่าง ๆ นา ๆ ฟังไม่ได้ศัพท์ แต่ขอโทษนะมันดังมากเลยจนพวกผมต้องหันไป แล้วสุดท้ายเหมือนน้องผู้หญิงทนไ่ม่ได้ตอบออกมาว่า เราชอบน้องเขา เราเห็นเขาก่อนเธอ และ เราก็เป็นคนเดินไปขอเบอร์โทรเขาเองด้วย เราคุยกับเขาแล้วเรามีความสุข และ เราก็เคยเจอพ่อแม่เขาแล้วด้วย
ทุกคนเงียบไปพักนึง สายตาโต๊ะ อื่น ๆ พลันก็จับจ้องมา ผู้ชายก็ตอบกลับว่า เอาอย่างนั้นใช่มั้ย โอเค เคลียร์ !!! เราไปกินข้าวกันเพื่อน ๆ
ผมนี่งงเลย นึกว่าจะมีฉากต่อสู้เกิดขึ้นกลางร้านกาแฟ เออนะดีว่ะ ความสัมพันธ์มันเปลี่ยนได้รวดเร็ว เอาเถอะช่างๆ มันจบไปแล้ว คุยงานกันต่อ ซักพักได้ยินเสียงลอดมาจากทางด้านขวาว่า Do you know what those guys talking about?
โต๊ะติด ๆ ติดกันเลยแบบหลังชนกัน เป็นหนุ่มเกาหลี กำลังจีบสาวไทย แต่กลับจะให้สาวไทยแปลสิ่งที่ได้ยินพวกผมคุยให้ฟัง ผมเลยหันไปมองหน้าเขาทั้งคู่ ด้วยสายตาหาเรื่อง (คิดในใจ เขาก็คงอยากสังเกตพฤติกรรมมนุษย์เหมือนที่ผมทำน่ะแหละมั้ง แต่นะพี่นะ มันเผาขนไปหน่อยไหมครับ?)
เวลาผ่านไป ... ปิดการประชุมกับลูกค้า เดินกลับจะไปขึ้นรถไฟฟ้า เผอิญได้เข้าไปอยู่ในฝูงมนุษย์ผู้หญิงที่กำลังวิ่งตามนักร้องหนุ่มกลุ่มหนึ่งที่อยู่ในกลุ่มนักร้องวัยรุ่นอีกทีหนึ่ง ที่เป็นชื่อจรวดขีปนาวุธของประเทศเพื่อนบ้าน ของค่ายเพลงดังเพลงหนึ่ง เสียงกรี๊ด กับเสียงตะโกนขอลายเซ็นต์ฟังไม่ได้ศัพท์ จนนักร้องหนุ่มน้อยสองท่านั้นต้องหยุดให้ลายเซ็นต์ แต่มันไม่ใช่การแจกลายเซ็นต์ธรรมดา เด็กผู้หญิงคนหนึ่งเดินปรี่เข้าไปจับมือนักร้องชายหนุ่มเอามาวางแป่ะที่หน้าอกตนเอง เฮ้ยยยย ... ผมอุทานกับน้องชาย มันขนาดนั้นเลยเหรอวะ พลันสายตาเหลือบไปเห็น คุณยายตาบอดนั่งขายลูกอมอยู่ริมถนน แล้วไอ้คนพวกนั้นมันกำลังจะเหยียบยายแกแล้ว ผมก็เลยไปยืนกัน ๆ ไว้ กลัวว่ายายแกจะโดนฝูงมนุษย์ผู้หญิงเหยียบ เลยได้เห็นภาพประทับใจอีกภาพครับ นักร้องหนุ่มทิ้งแก้วน้ำที่ตัวเองดื่มอยู่ จะ จะ กลางถนน แล้วก็ไม่สนใจใยดี จงใจทิ้ง นี่หรือ ตัวแทนประชาชน ... เยี่ยม!!!
เป็นวัยรุ่นสมัยนี้มันเหนื่อยนะ มันต้องแย่งกันเด่น เป็นวัยรุ่นสมัยนี้มันเหนื่อยนะ มันต้องแย่งกัน present ความเป็นตัวของตัวเอง เป็นวัยรุ่นมันเหนื่อยนะ มันต้องหาเงินมาสนองความต้องการเพื่อไม่ให้น้อยหน้าเพื่อนให้ได้ (ผมไม่ขอพูดว่ามันหมายถึงอะไร ผู้ใหญ่บางคนก็ใช้บริการอยู่จริงไหม?) เป็นวัยรุ่นมันเหนื่อยนะ มันต้องพอใจในสิ่งที่คนอื่นมี เป็นวัยรุ่นมันเหนื่อยนะ ที่ต้องมานั่งตามวัฒนธรรมอารยธรรมให้ทัน เพราะมันเปลี่ยนกันแทบจะทุก สิ้นเดือนตามหน้านิตยสาร บั้นปลายชีวิตวัยรุ่นก็จะเหนื่อยอีกนะ ต้องมาปรับชึวิต ต้องมาเอาตัวรอดให้เรียนจบ ให้ได้งาน แล้วจะทำงานอย่างไรไม่ให้โดนไล่ออก
สื่อบ้านเรากำลังเดินไปทางไหน ผู้ใหญ่บ้านเราเป็นอะไรกันไปหมด เวลาของความรัก และ ความเข้าใจของครอบครัวไปไหน ทำไมถึงปล่อยให้วัยรุ่น รับแต่เรื่องที่มัน .... ทำไม เราถึงชอบแก้ปัญหาเวลามันเกิด เด็ก ๆ เหล่านี้ ถ้าเติบโตไปในวันข้างหน้า ถูกล้างสมองแบบนี้ ใช้ชีวิตไม่เป็นแบบนี้ อยู่กับสิ่งที่ครอบงำเหล่านี้ โดยไม่มีการให้ความรู้ความเข้าใจ อีก 10 ปีข้างหน้าประเทศไทยมันจะเป็นอย่างไร หรือ ต้องรอให้มีลูกเอง หรือ น้องจะรอให้เรียนใกล้จะจบแล้วถึงมาคิดได้ หรือน้องจะรอให้สายไปแล้วถึงมาคิดสำนึก "วิเคราะห์" ก่อนทำ หรือ เริ่มอะไรบ้างมันน่าจะดี สร้างเงื่อนไขที่ดีมีประโยชน์กับลูกบ้างมันก็น่าจะดี บ้านบางบ้านลูกขออะไรก็ให้จนเขาไม่สามารถรับรู้คุณค่าของสิ่งของ หรือ ชีวิต และ ดำรงชีวิตอยู่ไม่ได้ก็มี เด็กที่คิดได้ก็มีแต่เปอร์เซ็นต์มันค่อนข้างน้อย แก้ปัญหา และ คิดถึงอนาคตของเยาวชน และ อนาคตตัวเอง กันบ้างจะดีไหมครับ
ผมก็เพิ่งรุ้เหมือนกันว่าเป็น คนบ้า มันก็เหนื่อย ที่ต้องมานั่งบ่นพร่ำ กับปัญหาสังคมที่มันแก้ยาก
มีความสุขกับความเหนื่อยาก ของชีวิตครับ
Tags:
Unknown Version Unknown