โดย ธีร์ อันมัย เมื่อ 2007-08-18 13:06:11 ดูทั้งหมด 147 ครั้ง
"อารมณ์คิดถึงบ้าน" มันรีดเค้นความเศร้าหม่น จนถึงก้นบึ้งหัวใจ ได้อย่างไม่ปรานีปราศรัย ยิ่งคนที่ถูกฉุดกระชาก จากบ้านเกิดตั้งแต่เยาว์วัย อย่างผมแล้ว อารมณ์คิดถึงบ้าน มันหนักหนาสาหัสเอาเรื่อง
ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่า ยิ่งนานวัน เรายิ่งหาทางกลับบ้านไม่เจอ หรือเจอก็ไม่รู้ว่าจะกลับไปเริ่มต้นที่ตรงไหน ทั้ง ๆ ที่การไปข้างหน้าก็ลม ๆ แล้ง ๆ จะมีก็แต่ “ความฝัน” ไว้เป็นข้ออ้างข้าง ๆ คู ๆ ให้พอดูดี แต่ไม่รู้หรอกว่า รูปทรงความฝันที่ว่านั้นมันจะเป็นจริงได้มากน้อยเพียงใด
มีเรื่องเล่าอันแสนเศร้าของครอบครัวชาวนาอีสานผู้ซื่อสัตย์
ลูกชายคนโตที่แข็งแรงที่สุดไปลงเรือตังเกหาปลา
ลูกสาวคนรอง ที่เป็นการบ้านการเรือนที่สุด ไปเป็นสาวโรงงาน
ลูกสาวที่สวยที่สุดไปเป็นเด็กเสิร์ฟและผันตัวเองไปเป็นหมอนวด
ตอนจบของเรื่องเล่าของชาวนาแห่งที่ราบสูงเป็นอย่างไรครับ
ลูกชายคนโต กลับมาเพียงเถ้าธุลีให้พ่อแม่ได้ทำบุญอุทิศส่วนกุศล
ลูกสาวคนรอง กลับบ้านพร้อมลูกน้อยอีกสองชีวิตให้พ่อแม่เลี้ยง แล้วเธอก็กลับสู่โรงงานหาเงินส่งกลับบ้านเป็นค่านม ค่าอาหารเท่าที่ลูกกตัญญูอย่างเธอจะทุ่มเทได้
ลูกสาวคนสุดท้องกลับบ้าน เพื่อใช้ลมหายใจสุดท้ายในบ้านเกิด
ลูกชายชาวนาอย่างผมหละ ทำอะไรบ้างที่พอแอบอ้างได้บ้าง?
ผมเรียนหนังสือใช้ได้ พอถู ๆ ไถ ๆ จนจบมหาวิทยาลัย
ทำงานมีเงินเดือน ส่งพ่อ แม่ น้อง ๆ หลาน ๆ บ้างตามโอกาส
กลับไปเยี่ยมบ้านบ้างตามเทศกาล ตามอารมณ์อยากเติมพลังงานในใจ
แต่การงานมันเรียกร้องต้องการเวลาและหัวใจจากเรามหาศาล
บ้านเกิดจึงเป็นเหมือนที่พักชั่วคราว
การศึกษา (หรือว่าตัวผมเองหว่า ?) พาผมมาไกลจากบ้าน ไกลจากวิถีที่จะอาศัยดิน ฟ้า ฝนเหมือนคนทำนาทั่วไป ทั้ง ๆ ที่พ่อแม่ให้ศิลปะและทักษะการทำไร่ไถนาหาอยู่หากินตั้งแต่เมื่อเยาว์วัย แต่การศึกษาก็ตัดตีนสีนมือซะจนไม่สามารถกลับไปดำรงตนในวิถีของคนกับธรรมชาตินั้นได้อีก
หลานชายวัยสามขวบของผม เคยถามพ่อของมันว่า
พ่อทำงานอะไรไม่เสร็จสักที?
แทนที่จะมีคำตอบ ผู้ใหญ่กลับพร้อมใจกันหัวเราะกลบเกลื่อนความข่มขื่นไม่ให้ออกมานอกหน้า
ผมเขียนเพลง เดือนดวงเหงา
นี้เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2542 ที่หอพักเชิงดอยสุเทพ เชียงใหม่เป็นเวลาพลบค่ำ ตะวันลับขอบฟ้าแล้ว และจันทร์สีขาวซีดแสดงตนเหนือดอยสุเทพ ผมคิดถึงบ้าน บ้านที่มีพ่อ แม่ น้อง ๆ หลาน ๆ มีญาติมิตรมีชีวิตชีวาแบบที่เราไม่ต้องอธิบายกันมากมายแต่เข้าใจได้ว่านี่หละคือบ้านเรา
ผมใช้เวลาเขียนเพียงไม่ถึงสิบนาที เพลงนี้จบในตัวของมันเอง
เขียนเสร็จ ผมเล่นเพลงนี้แล้วน้ำตาไหลพรากให้กับอารมณ์ขณะนั้น
ยิ่งตอนนี้ ผมแทบไม่อยากจะร้องท่อนสุดท้ายออกมา เพราะพ่อผมไม่อยู่รอฟังเสียงฟังคำแก้ตัวของคนไกลบ้านอย่างผม
พ่อผมอยู่ห่างจากผมไปอีกหนึ่งหมื่นหนึ่งพันกว่าวันในภพที่สงบสุขที่สุด
ป.ล. ป้าเคยเล่าให้ฟังว่า แม่ร้องไห้ทุกครั้งที่ผมกล่าวคำลาแล้วบ่ายหน้าขึ้นรถออกจากหมู่บ้าน แล้วผมจะไม่แอบร้องไห้เมื่อคิดถึงภาพนั้นบ้างเชียวหรือ
มีความสุขกับการใช้ชีวิตครับ
Tags:
Unknown Version Unknown