โดย Radiz เมื่อ 2008-06-04 12:56:54 ดูทั้งหมด 793 ครั้ง
ทุกวี่วัน ชีวิตผมจะไปจะมา ผมผ่านร้านเหล้า 2 - 3 ร้านที่วัยรุ่นแถบรัชโยธินนิยม มานั่งร่ำสุรากันเรื่อยไปเสมอ ๆ มันก็ไม่มีอะไรมากมายหรอกครับ ก็แค่ร้านเหล้า ที่เป็นศูนย์รวม คนที่อยากมากินเหล้า คนที่มาเมาบรรยากาศ คนที่มาหา fakeภรรยา คนที่มาหา fakeสามี คนที่มาหาสตรีเพื่อที่จะให้เธอริดรอนเงินในกระเป๋า ไอ้เรื่องพวกนั้นมันคงไม่ได้สลักสำคัญอะไรเพราะมันเป็นเรื่องธรรมชาติของสังคมไปแล้ว สังคมมันฟอนเฟะ
แต่คนดีดี ที่แบบไปนั่งเอาบรรยากาศมันก็มี แต่คิดว่ามากกว่า 65% คงมา มั่ว
อย่างเบื้องต้นเสียมากกว่า สิ่งที่ผมฉงนแปลกใจก็คือ กี่ครั้งที่มองเข้าไปกี่ทีกี่ที มันหาคนวัยทำงาน หาเช้าเมาค่ำ อย่างพวกผมที่น่าจะมีเงินกินเหล้าโดยไม่เดือดไม่ร้อน นั้นยากเสียนี่กระไร บางโต๊ะก็มีแต่อิสตรีหน้าตาไฉไลนั่งอยู่ทั้งโต๊ะ แต่ทั้งหมดนั้นท่าทางจะเรียนปี 1 - 2 กับสายตามองหาเหยื่อที่จะมาให้เธอหลอกเลี้ยงพวกเธอสักหน่อยในขวดต่อไป ลงทุนขวดแรกพอ ขวดต่อ ๆ ไปก็หว่านเอา ให้มันแตะนิด แทะหน่อยจะเป็นไร ยังไงก็ระวังเจอพวกเอาจริงนะครับ เพราะ 2 ปีที่อยู่แถวนี้มา เห็นผู้หญิงโดนจิกหัวลากขึ้นรถไปหลายคนแล้ว ถึงจะร้องกรี๊ด ๆ ลั่นถนนก็เถอะ โอกาสที่คนจะช่วยทันนั้นมีน้อย Taxi มันอาจจะคิดว่าเป็นแฟนกันไม่อยากยุ่งก็ได้ หรือ บางทีอย่างผมเนี่ยได้ยินเสียงกรี๊ดก็ไปยืนดูที่ ระเบียงห้องไอ้จะวิ่งไปช่วยก็กะไร จากห้องผมวิ่งไปถึงตรงนั้น คุณคงโดนลากขึ้นรถไปไหนต่อไหนแล้ว (ความจริงมันโหดร้าย ยังไงจะทำอะไรก็คิดนิดนึง วัยรุ่น)
ผมเคยมานั่งคิดว่าเอ้อ แปลกไปขนเงินกันมาจากไหนกันนักหนาวะ แต่คำตอบที่มักจะเจอเสมอ ๆ (ที่ตอบตัวเอง คือ ช่างมันเถอะ พ่อแม่เขาจะขี้ จะเยี่ยวออกมาเป็นเงิน เป็นทอง ก็ช่างหัวมัน ไม่เกี่ยวอะไรกับกูซักหน่อย) แต่จู่ ๆ ก็คิดถึงคำนี้ขึ้นมา สัมพันธ์ - ร้านเหล้า
คำคำนี้มันผุดขึ้นมาในหัวสมองผมได้ไง มาตอนไหน จำได้เลาเลาว่า มันเกิดขึ้นมาตอนที่ผมเห็นเด็กผู้ชายคนนึง นั่งร้องไห้พลาง อาเจียนไปพลางอยู่ที่ข้างถนน บริเวณศาลพระภูมิหน้าเมเจอร์รัชโยธิน โดยมีเพื่อน ๆ ยืนอยู่เคียงข้าง คอยปลอบใจ ผมเดาว่าไอ้น้องนี่มันอกหักแน่ ๆ มันทำให้ผมลืม ภาพความโสมมเลวร้าย สังคมฟอนเฟะ ไปชั่วขณะ มันทำให้ผมยิ้มเล็ก ๆ ว่าเอ้อ ถึงมันจะเมามันก็เมาแบบว่ารู้ว่าต้องหาเพื่อน ๆ มาดูแลมัน เพื่อน ๆ ก็มีกระจิตกระใจมาดูแลเพื่อน แล้วก็ลากเพื่อนกลับเมื่อรู้ว่าถึง ลิมิต มันอาจจะดูงี่เง่า แต่ว่าบางครั้งน้ำเมามันก็ช่วยได้ อย่างไรก็อยากให้มันอยู่บน สติ
กินมันอย่าให้มันกินเรา
บ้านเรา (หรือเฉพาะ กทม. ที่ ...) มันเปลี่ยนไปมากเด็ก ๆ อยู่กับสิ่งล่อลวงล่อแหลม และ มันใกล้มากเกินไป เคยนั่งคิดกับพรว่า ไอ้เด็กพวกนี้ที่มันขยันไปเที่ยวเนี่ยมันมีวัฏจักรชีวิตยังไง ลองจินตนาการ ชีวิตตนเอง และ เพื่อน ๆ สมัยยังเป็นวัยหนุ่มแน่นคึกคะนองคิดอะไรไม่ออก สมองเหมือนกล้วยที่ไม่ถูกปอกนั่น ก็ได้ประมวลคร่าว ๆ ว่า คงจะไปเที่ยวหาแฟน หาคู่ ได้คู่แล้วก็เสพย์สุข ตื่นมาก็สาย ก็บ่าย ก็ไม่ได้ไปเรียน เสพย์สมกันต่อ หมดแรงไปซื้อข้าวไม่ไหว ข้าวโทรสั่งเอา (เปลืองเงินค่าส่งเข้าไปอีก) ตกเย็นไปเที่ยวต่อ เงินไม่พอเอาค่าลงทะเบียน พอต้องจ่ายค่าลงทะเบียนก็โกหกพ่อแม่เอาว่าลงเรียนเพิ่มเอาเวลาเหล่านั้นไปทำอะไรที่เกิดประโยชน์จะดีไหม หรือ เด็กที่ติด chat ติด SNS เอาเวลามา กดรับ add กันทั้งวัน สวัสดี,ขอบคุณที่รับ add กันทั้งวัน วันละ 8 ชั่วโมง ต้องโพสรูปลงให้เพื่อนดูทรงผมใหม่ ต้อง retouch ภาพให้ตัวเองดูดี ทั้ง ๆ ที่ก็มีแฟนแล้ว แต่อยากมีอีก (หรือเปล่า บางคนก็ไม่อยากมีแต่อยากเชคคะแนนตัวเอง) เปลี่ยนเป็นแบ่งเวลาให้เหมาะสมจะดีไหม เด็กบางคนเกรดดี แต่จริง ๆ แล้วทำงานอะไรไม่ได้เลย เพราะตอนเรียนลอกเอา โปรเจคจ้างเค้าทำเอา อาศัยหน้าตาใสซื่อให้อาจารย์เอาก็มี มาทำงานก็ทำอะไรไม่เป็น ทำอะไรไม่เป็น ก็จะเกิดคำถามว่า ทำไงดี
ก็เลยจะต่อโท เพราะหางานไม่ได้ ก็เลยจะไปเรียนภาษาเพราะหางานไม่ได้ ก็เลยจะไปเมืองนอก เพราะเผื่อจะได้อะไรก็ได้ - - - มันแฟชั่นไปไหม? ประเมินตัวเองกันดีไหม ก่อนจะทำอะไร ไม่ใช่ไร้สมองพวกมากลากไปพอโดนแย้งก็รีบหาเหตุผลข้าง ๆ คู ให้ตัวเองพ้นคำกล่าวหาไปวันวัน เบี่ยงออกนอกประเด็นไปเดี๋ยวไอ้คนถามมันก็ลืมเอง หลายคนที่จบมาแล้วยังงง งงอยู่ว่ากูเรียนไปทำไม หลายคนก็เรียนไปงั้น ๆ เผื่อเค้าขึ้นเงินเดือนให้ หลายคนก็เรียนไปงั้นแหละเอามาขู่ เดี๋ยวเค้าจะหาว่ากู noob หลายคนก็เรียนไปเพื่อขึ้นค่าตัวของตัวเองก็มี สังคมมันเป็นอะไรไป ข่าวทีวี ข่าวหนังสือพิมพ์ลงอะไรไป เด็กเมืองไทยไม่ทันคิด อ่านยังไม่ทันได้จบ ลอกเลียนแบบสิ่งที่ไม่ควรทำก็มี ทำไมคนไทย รับอย่างเดียว
รับโดยไม่ตั้ง รับโดยไม่คิด เรียกอาการนี้ว่า ไม่ได้ตั้งรับ
ละกัน จะโทษใครดี ผมอาจจะเป็นหนึ่งในวังวนที่ก่อให้เกิดความฟอนเฟะก็ได้เพราะถ้าคิดไม่เป็นมาอ่านไม่ได้ศัพท์ จับไปกระเดียด ชีวิตอาจจะฟอนเฟะได้เหมือนกันกับ Blog นี้ เมื่อไหร่ที่คุณครูจะสอนให้เด็ก คิด
และ สงสัย
ลงมือปฏิบัติทดลอง ด้วยเหตุ และ ผลมากกว่า ปฏิบัติตามคำสั่ง
หรือ ครอบงำกระบวนการทางความคิด ของเด็ก ๆ
ไปซะเลยง่ายดี มันจะได้ทำตามที่ฉันบอก ฉันจะได้ไม่ต้องเหนื่อยกับพวกมันมาก ใครอยากได้มากกว่านั้นจ่ายค่าเรียนพิเศษมาละกัน เมื่อไหร่จะเลิกให้คำตอบง่าย ๆ โดยไม่ฝึกให้พวกเขาคิด หรือ ช่วยตัวเองจัดการกับชีวิตเขาเสียก่อน เช่น ครูครับ Google ใช้ไงอ่ะครับ
แทนที่จะสอนเลย ให้เด็กลองอ่านคู่มือเองก่อนดีไหม หรือ จับกลุ่มกันทดลองใช้แล้วผลัดกันอธิบาย แล้วค่อยแนะนำว่าควรเพิ่มอะไรลงไป อะไรที่ผิดไปก็เสริมให้กับเขา ใครบ้างที่จะรู้ว่าทุกอย่างมันก็มีคุณมีโทษมีทั้งสองด้าน ใครบ้างจะคิดได้ว่าอยู่ที่คนรับมากกว่าว่าจะรับเอาสิ่งใดไป แต่ใครจะคิดได้เสมอเล่า บางครั้งก็ต้องมีผู้นำพา และ ผู้นำพานั้นมีความรับผิดชอบแค่ไหน ใจกว้างแค่ไหน ที่จะสอนให้เค้าคิดต่อยอดเองได้ (หมายถึงสอนผู้ตาม สอนลูกศิษย์) กล้าไหมที่จะสอนให้เค้าสามารถเก่งกว่าตัวเองได้ มันเป็นเรื่องน่ายินดีไม่ใช่หรือ ที่เราสามารถสอนศิษย์ให้เก่งกว่าเราได้ รู้จักรับผิดชอบและ ทำประโยชน์ให้กับสังคมได้ รวมไปถึงพ่อแม่ที่สอนลูกให้เป็นคนดีได้ หรือ อะไรก็ตามแต่ เพื่อนสอนเพื่อน พี่สอนน้อง ญาติสอนญาติ Open Up
กลับมาที่ร้านเหล้า ร้านเหล้ามากกว่า 70% ต้องถูกมองว่าเป็นแหล่งมั่วสุมแน่นอน คงไม่ใช่ที่พบปะสังสรรค์ ขัดเกลาความคิด EQ IQ เป็นแน่แท้ จากร้านเหล้าสู่ระบบสังคม จากความสัมพันธ์จอมปลอม สู่ระบบความสัมพันธ์ของสังคมที่อาจจะสืบทอดไปเรื่อย ๆ ชั่วลูก ชั่วหลาน ลองมาคิดดูว่าทำไมเด็ก ๆ รุ่นหลัง ๆ ถึงเลือกวัตถุเป็นที่ตั้ง มากกว่าคุณค่าทางจิตใจ ลองมาคิดดูว่าทำไมมันมั่วเสียยิ่งกว่ามั่วกันไปหมดสังคมทุกวันนี้ ถ้าเด็กที่รับทุกสิ่งที่ประดาประดังไม่เป็น เติบโตขึ้นไปในอนาคตข้างหน้านี้ ลองเดากันดูว่าอีกสัก 10 ปีข้างหน้ามันจะเป็นอย่างไร ถ้าสื่อยังไม่รู้จักควบคุม ผู้ใหญ่ยังไม่รู้จักรับผิดชอบ นักการเมืองไม่ต้องไปพูดถึงมัน ประเทศเราจะเหลืออะไร จะเลือกทุนนิยม ทิ้งท้องนา บ้านไร่ไปก็ตามใจ จะเอาแต่ตึกกันก็ตามใจ คุณครูจะมีเพศสัมพันธ์กับลูกศิษย์มันจะเป็นไรไป internet มีเอาไว้ให้อวดรูปขายที่ดินผืนน้อยก็ใช้ไป โดนข่มขืนก็ขายตัวมันซะเลยจะเป็นไร โดนแฟนท้าให้ไปโดดตึกตายก็ทำมันซะเลยช่างปะไร ไม่คิดถึงพ่อ ถึงแม่ว่าหาเงินมาแต่ละบาท กว่าจะเลี้ยงให้โตมา มันยากลำบากขนาดไหนก็แล้วไป ทุกวันนี้ยังไม่พอ ยังคิดไม่ได้กันก็แล้วไป ผมก็แค่บ่น มันเป็น ความสัมพันธ์
ที่เริ่มจาก ร้านเหล้า
ในแง่มุมของผม จากจุดบอด หรือ สว่างเล็ก ๆ ไปสู่จุดบอด หรือ จุดสว่างใหญ่ ๆ ในสังคม ค่ำคืน กับ การมองน้อง ๆ ที่ร้านเหล้า ที่ผมเดินผ่านทุกวัน จากระเบียง ย้อนไปสู่ค่ำคืนที่ผมนั่งรำ่สุรากับเพื่อน ๆ พี่ ๆ ในสมัยเรียน คิดถึงเจ้าของร้านเหล้า พี่อู๊ตจะปิดร้านทุกครั้ง ทุกปี 1 อาทิตย์ก่อนสอบ ทั้งกลางภาคปลายภาค และ เปิดร้านอีกที 1 อาทิตย์หลังจากเสร็จสิ้นการสอบเพื่อให้น้อง ๆ ได้เตรียมตัว ได้รู้จักรับผิดชอบชีวิต เป็นร้านเหล้าเชิงพัฒนาการศึกษา มีการถกกันเรื่องวิชาการเรียนการสอน จากคณาจารย์ที่แวะมาดื่ม บางท่านก็จะเขียนติวไว้ให้ที่บอร์ดหน้าร้าน พวกผมก็จะมานั่งคุยกันเรื่องทฤษฎีดนตรีที่เราสนใจกันไปเรื่อยไป ไม่รู้ว่าผมโชคดีไหม ที่เลือกดื่มเหล้าแค่เท่าที่อยาก เลือกดื่มเหล้าเพื่อที่จะได้สัมผัสบรรยากาศรอบตัว ๆ กับเพื่อน ๆ ผมไม่ได้เลือกดื่มเพื่อที่จะได้ผู้หญิง หรืออวดใครว่ากูคอแข็งเป๊ก หรือเพื่อไปมั่วต่อในอาบ อบ นวด หรือ สถานบริการอื่น ๆ สัมพันธ์-ร้านเหล้า
จากเหล้าสู่สังคม จากสิ่งที่สังคมบอกว่ามันไม่ดี บางทีมันอาจจะมีดีอยู่นิดนึงก็ได้ ในเชิงความสัมพันธ์
อย่าแก้ปัญหาเมื่อเกิดปัญหาแล้ว ... จงคิดเผื่อทางป้องกัน เมื่อมันเกิดปัญหา ตั้งแต่ก่อนลงมือทำนั่น จะดีกว่า
สุดท้าย ผมไม่ได้สนับสนุนให้คุณกินเหล้า แต่ผมหวังไว้ในบางสิ่ง ... สิ่งใด ลองเอาไปคิดดูถ้ามันพอจะทำให้หลาย ๆ คนคิดได้
สวัสดี
Tags:
Unknown Version Unknown