Accessibility Links

ที่เดียวกัน นรกเดียวกัน

ที่เดียวกัน นรกเดียวกัน

โดย Radiz เมื่อ 2008-07-07 03:26:59 ดูทั้งหมด 379 ครั้ง

ค่ำคืนดึกดื่น ผมเดินกลับจากโรงหนัง หลังจากเสร็จภาระกิจกับหนังเรื่องที่ตั้งใจอยากจะไปดู ระหว่างทางเดินกลับห้องพัก ถนนไร้ผู้คนหลงเหลือคงไว้เพียงซากปรักหักพังเศษถุงเศษขยะ เศษชวดเบียร์ต่าง ๆ นานา กลุ่มวัยรุ่นเมามายนั่งเรียงรายดาษเดื่อน หลังจากมีสัมพันธ์-ร้านเหล้า กันเต็มประดา ผมเดินผ่านกลุ่มพ่อค้าอาหาร ร้านลาบประจำปากซอยของผม มันก็เป็นเหมือนอีกคืนที่เงียบสงบ เท่าที่ผมอยู่มาที่นี่ 2 ปี มันก็วนเวียนในแบบนี้เป็นประจำ ในมุมมองความคิดของผม

ผมเดินเข้าซอยมาอย่างเชื่องช้า พลันสายตาไปพบกับผู้หญิงนางหนึ่ง แต่งตัวตามมาตรฐานสากลตาม lifestyle คนกลางคืนยืนเกาะเสาไฟฟ้าเก่า ๆ ประจำซอย โก่งคอสำรอกสิ่งปฎิกูลที่เธอเพิ่งกระซวกเข้าไปเมื่อหลายเพลาที่ผ่านมาสด ๆ พร้อมแฟนหนุ่มที่ช่วยเสริมพลังสำรอกอยู่เคียงข้าง ลูบหลังเพิ่มพลังปราณให้สิ่งโสมมเหล่านั้นออกมาจากท้องของเธอ อย่างรวดเร็ว และ หมดไป ทั้งสองน่าจะอายุราว ๆ 20 - 23 ปี ในใจนึกเวทนา น้องเอ้ย ก็รู้ว่ามันจะทรมานอย่างไร ถ้าปล่อยให้มันเป็นนายเรา ถ้าเราเป็นนายมันคงไม่เมามายจนต้องมานั่งทุกข์ เป็นเยี่ยงนี้ พลันก็มีมอเตอร์ไซค์โฉบมาจอดทำทีท่าว่าจะคุยกับคู่บ่าวสาวสองท่านนั้น วัยแว๊นสองท่านนั้น ตัวเล็กแพรวบางร่างผอม ใส่หมวกกันน๊อคมิดชิดทั้งสองท่าน ดูจากรูปร่างเล็ก ๆ อาจจะอายุประมาณไล่เลี่ยกันกับสองท่านแรก หรือ อาจจะน้อยกว่าก็ได้ ผมก็ไม่ได้เอะใจเพราะคิดว่าเป็นเพื่อนของเขาทั้งสองมาดูอาการเพื่อนของตน ฉับพลันหลังจากความคิดที่แล่นมาในหัวสิ้นสุดลง วัยแว๊นที่อยู่บนมอเตอร์ไซค์สองคนนั้นกลับก่อเหตุไม่คาดฝันขึ้น ...

ใช่ มันกระชากกระเป๋าของน้องสองคนนั้นไป แล้วเร่งบิดมอเตอร์ไซค์หนีไปอย่างรวดเร็ว จากที่นึกเวทนาน้องสองคนนั้นที่มันเป็นอะไรนักหนาชอบทรมานสังขารตัวเอง กลับกลายเป็นสงสารมาทันควัน น้องเอ้ย ... ซวยแล้วมั้ยมึง ด้วยความที่คิดว่าเป็นเพื่อนของน้องสองคนนั้น ผมจึงไม่ทันมองป้ายทะเบียน เด็กผู้ชายวิ่งกวดตามไปสุดชีวิต แต่หัวขโมยวัยแว๊นก็หายลับไปในความมืด พลันนั้นชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์โทรหาตำรวจ แล้วเขาทั้งคู่ก็ต่างพยายามโทร ตลอดทางที่เขาทั้งสองเดินกลับที่พัก

มันอะไรกันวะเนี่ย เมืองศิวิไลซ์นี้ ผมเห็นความไม่แน่นอนของชีวิต ผมเห็นวงจรอุบาทว์ ผมคิดว่าอะไรที่มันดลจิตดลใจให้เด็ก ๆ เหล่านั้นมันทำเรื่องแบบนี้ขึ้นมา อายุยังน้อย ๆ กันแท้ ๆ มันทำให้ผมคิดถึงเด็กนักศึกษาที่เสียพนันบอล ผมคิดถึงนักศึกษาที่เป็นตำแทนขายยานรกต่อของให้กับกลุ่มเพื่อน ๆ ของตัวเอง ผมเห็นกิเลสในใจมนุษย์ ผมเห็นนรกบนดิน นี่หรือเมืองศิวิไลซ์ นี่หรือจิตใจคน ตอกย้ำความรังเกียจสังคมฟอนเฟะในใจผม มันเป็นสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นทุกวี่วัน เพียงแต่มันเกิดกันคนละสถานที่ คนเราอาจจะต้องเจอะเจอนรกทุกวัน แล้วแต่ว่าใครจะได้สัมผัสช้า หรือ เร็ว พวกห่าเหวเวตาลพวกนี้ ขอให้มันดับสูญไปในเร็ววัน

จริงอยู่บางครั้งเราก็ไม่อาจสามารถช่วยเหลือใครได้ทั้งหมด ตำรวจก็ไม่สามารถมาสอดส่องดูแลได้ทั้งหมด และ กรุงเทพฯ​ก็ไม่ได้มีอินทรีย์แดง มนุษย์เหล็กไหล เหล่าฮีโร่ของ Marvel หรือ Hancock ดูแลสอดส่องอยู่ ผมรู้สึกผิดบาปที่ไม่อาจจะช่วยอะไรได้เลย ผมรู้สึกผิดบาป ที่ได้แต่มองอยู่ไม่สามารถทำอะไรได้ ถ้ามีหินพอจะให้หยิบมาปาหัวมันได้ ก็คงจะดี ถ้าพอมีแรงจะวิ่งกวดในระยะต้น ๆ ให้ทันเห็นป้ายทะเบียนมันได้ก็น่าจะดี นรกในใจมันเกิดได้ทุกวัน นรกมันมาให้เราสัมผัสได้ทุกเวลา หวังว่าน้องสองคนนั้น คงจะระวังตัวมากกว่านี้ หวังว่าคุณ ๆ ที่กำลังอ่านอยู่นี้ คงไม่ประมาทกับการดำเนินชีวิตบนเมืองศิวิไลซ์เมืองนี้

มันทำให้ผมอยากจะเตือนสติคนรอบข้าง มันทำให้ผมต้องมานั่งเตือนสติตัวเอง มันไม่มีอะไรแน่นอนในชีวิต เราไม่ควรจะประมาท ไม่งั้นอาจจะได้สัมผัสนรกเดียวกัน Same here same hell

Back to Top

Tags:

  1. เมืองศิวิไลซ์
  2. จิตใจคน
  3. นรก
 
หรือกำลังสนใจ
  1. ในวันที่ผมจากไป

Unknown Version Unknown

© Since 2006 ThaiCSS หมู่ที่ 2 บ้านหลุบหวาย ตำบลบ้านตาด อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี 41000 Contact : Contact ThaiCSS